เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมปีที่แล้ว ทีมงานสำรวจดาวตกในเมือง Huntsville ซึ่งนำโดย Bill Cooke ได้ตรวจพบฝนดาวตก Germinid จำนวน 5 ลูก ที่พุ่งเข้าชนผิวดวงจันทร์ แรงกระแทกของอุกาบาต มีความรุนแรงเทียบเท่าระเบิด TNT 50 ถึง 125 ปอนด์ และความสว่างของแสงไฟที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่าง 7-9 แมกนิจูด (เทียบความสว่างกับดาว)

ภาพด้านบน : แสดงตำแหน่งการพุ่งชนของอุกาบาต นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2005 หมายเลย 14-16 และ 19-20 เป็นตำแหน่งพุ่งชนของอุกาบาต Geminid
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์และโลก โคจรผ่านกลุ่มดาวเคราะห์น้อย 3200 Phaethon ในทุกๆ ปีช่วงกลางเดือนธันวาคม จะมีกลุ่มฝนดาวตกเกิดขึ้น โดยแสงที่มองเห็นเป็นดาวตกนั้น เกิดจากชิ้นส่วนของดาวพุ่งเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เป็นแสงที่ดูสวยงาม
แล้วบนดวงจันทร์เราสามารถมองเห็นแสงของดาวตกได้หรือไม่ ? Cooke ได้อธิบายไว้ว่า แม้ว่าบนดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ ไม่มีกาศออกซิเจนที่ช่วยในการเผาไหม้ แต่ด้วยแรงกระแทกของอุกาบาต กับ ผิวดวงจันทร์ ที่ความเร็ว 35 km/s หรือ 78,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้จุดตกกระแทกมีความร้อน และเกิดเป็นประกายไฟขึ้นมา พร้อมฝุ่นบนดวงจันทร์ที่พุ่งขึ้นจากผลของแรงกระแทก จึงมองเห็นเป็นแสงสว่างขึ้นมาได้
ทีมงานของ Cooke ต้องสังเกตปรากฏการณ์นี้ จากผิวดวงจันทร์ในด้านมืด (ในวันที่พระจันทร์เป็นเสี้ยว จะมีส่วนที่ไม่โดนแสงจากดวงอาทิตย์มองเห็นเป็นเงามืด) จากปลายปี 2005 มีการตรวจพบการพุ่งชนของอุกาบาต 19 ครั้ง 5 หรือ 6 ครั้งเป็นฝนดาวตก Geminids (ในหลุมหมายเลข 18 ทีมงานไม่มั่นใจว่าใช่ Geminid หรือไม่) 1 ครั้งเป็นดาวตก Taurid ส่วนที่เหลือเป็นดาวตกทั่วๆไป
ทีมงาน NASA กล่าวว่า พวกเราไม่สามารถจะทำการสังเกตอุกาบาตได้ทุกลูกที่พุ่งชนดวงจันทร์ มีหลายปัญหาที่เราต้องเผชิญกัน เช่น เวลาที่เกิดนั้นเป็นช่วงกลางวัน สภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีหนทางอื่นที่จะช่วยให้การสังเกตครอบคลุมมากขึ้น เป็นต้นว่า การสร้างระบบเครือข่ายรอบโลก (A worldwide network) ที่ให้นักดาราศาสตร์สมัครเล่น ส่งรายงานการสังเกตเข้ามา 
ภาพด้านขวา หอสังเกตการณ์อุกาบาตชนดวงจันทร์ ตั้งอยู่ที่ Marshall Space Flight Center โดยใช้กล้องขนาด 14 นิ้วในการสำรวจ
Cooke มีแผนงานที่จะปรับปรุงระบบ Software ให้ใช้ร่วมกันได้ทั้งนักดูดาวสมัครเล่น และระดับเชี่ยวชาญ โดยสามารถทำงานได้กับเครื่อง PC ที่มีการ์ด VDO แบบดิจิตอล ที่จะช่วยให้เราสามารถส่งภาพให้กับ NASA ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ http://science.nasa.gov/headlines/y1007/03jan_lunargeminids.htm
|